วิทยา ฤกษ์จันทร์ นักขับแรลลี่ดีกรีแชมป์ประเทศไทยฟอร์มสด อาศัยความชำนาญพื้นที่ โค่น มิตซูฮิโร คูนิซาว่า แชมป์ 2 สนามแรกจากแดนปลาดิบ คว้าชัยโอเวอร์ออล 4 ล้อ แบบเฉียดฉิว หลังจบการแข่งขันระยะทางรวม 80 กิโลเมตร จากศึกปราจีนบุรีแรลลี่ สนามที่ 3 ของศึก แรลลี่ ชิงแชมป์ประเทศไทย 2010
การแข่งขันรถยนต์แรลลี่ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยการรับรองของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2553 บนเส้นทางในสวนสักทอง ป.สุวิมล จังหวัดปราจีนบุรี
โดยเริ่มสตาร์ทที่โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า มีนายสัญชาน สกาญจนชัย ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการแข่งขัน มีนักแข่งร่วมแข่งขัน 4 ชาติ คือ ญี่ปุ่น, อิตาลี, อินเดีย และไทย รวมทั้งหมด 25 คัน โดยมีรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ จำนวน 5 คัน รถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อ จำนวน 9 คัน และรถยนต์คลาสสิกคาร์ จำนวน 11 คัน การแข่งขันสนามนี้เป็นการแข่งขันลักษณะพิเศษคือ Super Special Stage ดังกล่าว ทำการแข่งในแทร็กของสวนสักทอง ป.สุวิมล ทั้งหมด 3 เส้นทาง ซึ่งนักแข่งและผู้ชมสามารถชมได้ตลอดการแข่งขัน 80 กม.
ด้วยสภาพเส้นทางที่ค่อนข้างทรหดของสนามนี้ ถือว่าสร้างแรงกดดันให้กับนักขับเป็นอย่างมาก โดยทุกคนต้องงัดความสามารถและทักษะต่างๆ ออกมาใช้ควบคู่ไปกับขุมกำลังของเครื่องยนต์ เนื่องจากมีฝนตกลงมาก่อนหน้าการแข่งขันอย่างหนัก สภาพเส้นทางส่วนใหญ่จึงเป็นแอ่งน้ำ และหลุมเยอะ แต่วันแข่งขันสภาพสนามทำการแข่งขันได้ โดยต่างกันคือ เช้าแฉะ เลอะเทอะ กลางวันหมาดๆ ด้วยโคลนดิน ส่วนบ่ายแห้งเกือบสนิท วิทยา ฤกษ์จันทร์ และคูนิซาว่า ได้เปรียบ เพราะมียางโคลนจึงนำนักแข่งหลายๆ คน เอสเอสละสิบกว่าวินาที นักแข่งอิตาลีกดดันที่สุด เพราะไม่มียางฝน แถมเครื่องยนต์ถูกน้ำแล้วเครื่องดับไม่เต็มสูบ จึงทำให้การแข่งขันสูสีเฉพาะ 2 คันนำเท่านั้น
ส่วนรถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อต่อสู้กันเต็มความสามารถตลอดการแข่งขัน เพราะสภาพสนามรถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อวิ่งลำบาก จึงห่างกันไม่เท่าไรระหว่าง ไพฤทธิ์ มีเดช บุญธรรม รำพรรณ์ และ สมหวัง ดลสุจิต ส่วนนักแข่งอินเดียใช้รถยนต์โชว์รูม 1,600 ซี.ซี.โตโยต้า ยาริส ลงด้วยความพึงพอใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่แข่งประเทศไทยจบได้ที่ 2 ในรุ่น เพราะตัวเก็ง สุภัทร ดอกพุฒ เครื่องยนต์ไม่ไหว
ส่วนคลาสสิกคาร์ต่อสู่กันอย่างสมศักดิ์ศรีมือเก่าอย่าง พงษ์เทวัญ มีวัฒนะ เชือดเฉือน โชคชัย อินทระ จากเชียงใหม่ทิ้งห่างไม่เท่าไร ส่วน อนุชา ศรแดง/อัครเดช เย็นอาคารเข้าที่ 3 เพราะยังไม่มีโชค
สรุปผลการแข่งขันมีดังนี้
อันดับ 1 วิทยา ฤกษ์จันทร์/ปราโมทย์ ศรจรัสสุวรรณ (มิตซูบิชิ แลนเซอร์ EVO 9) เวลา 1:01:05 ชั่วโมง อันดับ 2 มิตซูฮิโร่ คูนิซาวา/อิทธิพล สิมารักษ์ (ซูบารุ อิมเพรซ่า Sti) เวลา 1:04:16 ชั่วโมง อันดับ 3 อิทธิ นิติพงษ์/อธิกิจ ศรีมงคล (ซูบารุ อิมเพรสซ่า Sti) เวลา 1:06:39 ชั่วโมง
อันดับ 1 ไพฤทธิ์ มีเดช/สันติ กีรติมนัสชัย (มิตซูบิชิ แลนเซอร์) เวลา 1:11:30 ชั่วโมง อันดับ 2 สมหวัง ดลสุจิต/วาสนา ดลสุจิต (มิตซูบิชิ แลนเซอร์) เวลา 1:11:55 ชั่วโมง อันดับ 3 บุญธรรม รำพรรณ์/บุรินทร์ สุภากรณ์เดช (มิตซูบิชิ แลนเซอร์) เวลา 1:13:20 ชั่วโมง รุ่นโชว์รูม 1,600 ซี.ซี. อันดับ 1 สวัสดิ์ ศีลบุตร/อุกฤษณ์ ขุนทอง (โตโยต้า ยาริส) เวลา 1:18:03 ชั่วโมง อันดับ 2 Sanjay Ram Takale/Musa Sherif Perwad (โตโยต้า ยาริส) เวลา 1:19:37 ชั่วโมง
รุ่น Special Stage อันดับ 1 พงษ์เทวัญ มีวัฒนะ/ยุทธนา พุ่มพลอย เวลา 33.16 นาที อันดับ 2 โชคชัย อินทระ/สิงห์ชัย เสลี่ยงรังษี เวลา 34.06 นาที อันดับ 3 อนุชา ศรแดง/อัครเดช เย็นอาคาร เวลา 35.37 นาที ภาพการแข่งขันแต่ละช่วงทดสอบพิเศษสามารถชมใน
|