“ฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดขวัญใจชาวไทย หนึ่งเดียวในเวทีมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก ลงทดสอบรถแข่งฮฮนด้า ซีบีอาร์ 600 RR ร่วมกับนักบิดในสังกัดฮอนด้า ที่สนามไทยแลนด์ เซอร์กิต (นครชัยศรี) เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยับขึ้นไปบิดในรุ่นโมโต 2 เครื่อง 600 ซี.ซี. 4 จังหวะ ในฤดูกาล 2010
ภายหลังเสร็จสิ้นฤดูกาล 2009 ของศึกจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกกว่าหนึ่งเดือน “เจ้าฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดสังกัดทีมไทยฮอนด้า พีทีที แซ็ก เพิ่ง ได้มีโอกาสจับรถแข่งอีกครั้ง ด้วยกติกาการแข่งขันในปีหน้าที่ต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบ 600 ซี.ซี. 4จังหวะ รถที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แม้จะไม่เท่าตัวแต่ก็ไม่น้อย จากรถคันเดิมที่หนักเพียง 100 กิโลกรัม กับความแรง 100แรงม้า ขยับขึ้นไปเป็น 135 กก. กับความแรงเกือบ 150 แรงม้า ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่นักบิดไทย รายนี้ต้องทำการปรับตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรัลมือกับฤดูกาลแข่งขันที่กำลังจะมาถึง
รัฐภาคย์ มีโอกาสทดสอบรถแข่งโมโต 2 คันใหม่ที่เพิ่งประกอบเสร็จหมาดๆ ในเช้าวันจันทร์ หลังจบการแข่งขันที่สนามบาเลนเซียในประเทศเสปน ทำให้เวล าการซ้อมในช่วงบ่ายเหลือเพียงเล็กน้อย โดย เจ้าลิงน้อย” ลงบิดได้ไม่ถึง 20รอบสนาม และทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1:39 นาทีปลายๆ นั่นเป็นเวลา ที่ดีที่สุดของการซ้อมครั้งแรกในรุ่นโมโต2
โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ทุกอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง ด้วยรถที่หนักขึ้นส่งผลให้เลี้ยวไม่ได้ดังใจ รวมไปถึงเอ็นจินเบรก (Engine brake) ที่สูงกว่าเดิม สรุปคือยังไม่สามารถปรับทั้งตัวนักแข่งและรถแข่งได้อย่างลงตัวนั่นเอง
ขณะเดียวกันหลังจากนั้นได้มีการทดสอบในรุ่นโมโต2 กันอีกครั้งเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่เพิ่งจะผ่านมา โดย จูเลียน ซิมอง นักบิดชาวสเปน แชมป์โลก 125 คนล่าสุดได้ทำการทดสอบกับทีมใหม่ทำเวลาได้ถึง 1:37.7 วินาที แต่ ฟีม ไม่ได้ร่วมทดสอบเนื่องจากกลับมาอยู่ที่เมืองไทยแล้วเพื่อศึกษาต่อในระดับ ปริญาตรีที่ RBAC
ล่าสุดจนเมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทีมงาน เอ.พี.ฮอนด้า ได้เรียกนักแข่งในทีมให้ร่วมทดสอบรถแข่งในรุ่น 600 ซี.ซี. โดยใช้รถแข่ง Honda CBR600RR ซึ่ง รัฐภาคย์ ได้เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ด้วย แม้จะไม่ใช่รถโมโต2 แต่ขนาดเครื่องยนต์ รูปแบบและขนาดตัวรถนั้นพอเทียบเคียงกันได้
แม้ รัฐภาคย์ จะได้ลงบิดเพียง 49 รอบในการทดสอบทั้งสิ้น 2 วัน ที่สนามไทยแลนด์ เซอร์กิต แต่ก็สามารถทำเวลาต่อรอบได้ในระดับที่พอใจ 1:24.64 นาที และเป็นสถิติที่ทำให้ เจ้าฟีม เรีบกความเชื่อมั่นกลับมาได้อีกด้วย
“ถือเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ครั้งแรกที่กลับมาขี่รถ 4 จังหวะอีกครั้ง ทำให้ผมแทบอยากจะเลิกขี่ไปเลย ไม่ว่าจะเป็นการใช้คันเร่ง ระยะ เบรก น้ำหนักรถ สร้างความยุ่งยากมาก รถก็เพิ่งประกอบเสร็จ จะเรียกว่าขี่ไม่ได้เลยก็คงจะใช่” รัฐภาคย์ เผยถึงการทดสอบที่บาเลนเซีย
อย่างไรก็ดี เมื่อกลับมาบิดอีกครั้งที่ไทยแลนด์เซอร์กิต รัฐภาคย์ เปิดเผยว่า “เมื่อได้มาขับขี่ที่สนามไทยแลนด์ ทำให้ได้รื้อฟื้นความรู้สึกดีๆ อีกครั้ง แม้ว่าจะ เป็นสนามสั้นๆ แต่ก็ทำให้ได้วิธีการควบคุมรถ การใช้คันเร่ง การกะระยะเบรก การทดสอบครั้งนี้ทำให้ได้ความมั่นใจกลับมาอีกครั้งว่า เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขี่ง่ายกว่าเยอะ ด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ที่ตอบสนองในทุกๆ รอบเครื่อง ทำให้เราเปิดคันเร่งเมื่อใดก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือเรา”
ทั้งนี้ การทดสอบครั้งนี้มี รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ และสุหทัย แช่มทรัพย์เข้าร่วมทดสอบด้วย โดยทั้งคู่ทำเวลาต่อรอบได้ใกล้เคียงกันที่ 1:25.95 นาที และทำ ให้นักแข่งทั้งสองได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ที่ดีจากนักแข่งระดับโลกไปด้วย
สำหรับ เจ้าฟีม ยังมีคิงทดสอบรถแข่งอีกครั้ง เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะให้มากที่สุด โดยในช่วงแรกจะเป็นการซ้อมกับ CBR600RR ไปก่อน หลังจากนั้นจึงจะขยับเป็นเครื่องยนต์ที่ปรับแต่งความแรงมากขึ้น และต่อด้วยการนำเอารถโมโต 2 มาซ้อมในครั้งต่อไป
|