สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล ยอดนักขับชาวฝรั่งเศส ซิวแชมป์สมัยที่ 10 ให้กับตนเอง หลังทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 10 ในสเตจสุดท้ายของ ศึกดาการ์แรลลี่ 2012 โดยแชมป์ในสเตจนี้ได้แก่ ร็อบบี้ กอร์ดอน ยอดนักขับชาวอเมริกัน ส่วนในประเภทรถจักรยานยนต์ แชมป์ปีนี้ตกเป็นของ ซีรีล เดสเปรส์ ที่จบสเตจสุดท้ายด้วยอันดับ 10 โดยผู้ชนะในสเตจนี้ได้แก่ แพล แอนเดอร์ส อุลเลวาลเซเตอร์ ยอดนักบิดชาวนอร์เวย์
ศึกดาการ์แรลลี่ 2012 สเตจสุดท้าย ทำการชิงชัยกันในวันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา โดยใช้เส้นทางจาก ปิสโก้ ถึง ลิม่า ระยะทางทั้งสิ้น 254 กิโลเมตร
โดยในประเภทรถจักรยานยนต์ เป็นทางด้าน ซีรีล เดสเปรส์ ยอดนักบิดชาวฝรั่งเศส ที่คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ให้กับตนเอง หลังทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 10 ในสเตจสุดท้าย คว้าแชมป์ในปีนี้ไปครองด้วยเวลารวมทั้งสิ้น 43 ชั่วโมง 28 นาที 11 วินาที ทิ้งห่าง มาร์ค โคม่า ที่คว้าอันดับ 2 ไปครอง ถึง 53 นาที 20 วินาที ซึ่งแชมป์ในสเตจนี้ได้แก่ แพล แอนเดอร์ส อุลเลวาลเซเตอร์ ยอดนักบิดแดนไวกิ้ง
ส่วนในประเภทรถยนต์ สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล คว้าแชมป์สมัยที่ 10 ให้กับตนเองได้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงแม้จะทำได้ดีที่สุดแค่เพียงอันดับ 10 ในสเตจสุดท้าย แต่ก็เพียงพอที่จะคว้าแชมป์ในปีนี้ไปครอง ด้วยเวลารวม 38 ชั่วโมง 54 นาที 46 วินาที ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ ฮวน โรม่า ยอดนักขับชาวสเปน ที่ช้ากว่าแชมป์ถึง 41 นาที 56 วินาที และ จีเนียล เดอ วิลลิเยส์ ในอันดับ 3 ช้ากว่า ปีเตอร์อองเซล 1 ชั่วโมง 13 นาที 25 วินาที โดยแชมป์ในสเตนี้ได้แก่ ร็อบบี้ กอร์ดอน ยอดนักขับชาวอเมริกัน สังกัดฮัมเมอร์
โดย สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล เปิดใจหลังผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 10 ว่า “ตนเองรอคอยเวลานี้มาถึง 5 ปี ในการคว้าแชมป์สมัยที่ 10 ให้กับตนเอง การคว้าแชมป์ดาการ์แรลลี่ไม่ใช่เรื่องง่าย มันจึงเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับความสำเร็จในทุกๆครั้งที่ผ่านมา รวมถึงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน”
ด้าน ซีรีล เดสเปรส์ แชมป์ในประเภทรถจักรยานยนต์กล่าวว่า “การชิงชัยในปีนี้เป็นไปอย่างเข้มข้นตลอดการแข่งขัน โดยผู้ที่จะเป็นแชมป์ได้ต้องเตรียมตัวมาอย่างดีทั้งในเรื่องของร่างกาย,จิตใจ และความพร้อมของรถ ซึ่งตนเองและทีมงานก็ได้ทำงานกันอย่างหนักเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการชิงชัยจะเริ่มขึ้น และเราก็ได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด” |