ศึกซูเปอร์คาร์ไทยแลนด์ เปิดเผยรายละเอียดการแข่งขันสำหรับฤดูกาล 2010 ประกาศเพิ่มรุ่นซูเปอร์คาร์จูเนียร์สร้างสีสันใหม่ ชี้ ขอจัดรุ่น ใหญ่ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีนักขับสนใจ ขณะที่รุ่นอื่นๆ ยังคงยึดกติกาตามเดิม ย้ำควารสั่งยางล่วงหน้าเพื่อความพร้อมของฝ่ายจัดการ แข่งขันและผู้นำเข้า
นายกีระเกียรติ เย็นมะโนช กรรมการบริหาร บริษัท 3 มงกุฎเรซซิ่งโปรเจ็ค จำกัด ฝ่ายจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการซูเปอร์คาร์ไทยแลนด์ เปิดเผย ภายหลังการประชุมหารือแนวทางของการแข่งขันฤดูกาล 2010 ครั้งล่าสุด โดยสรุปรายละเอียดในทุกรุ่นการแข่งขันผ่าน www.supercarthailand.com ว่า
“ภายหลังการหารือเราได้มีการปรับเปลี่ยนกติกาใหม่เพียงเล็กน้อยในบางรุ่น โดยรุ่นซูเปอร์ 1500 และรุ่นซูเปอร์ โปรดักชั่น 1500 จะยังคงยึดกติกาเดิม มีเปลี่ยนแปลงเพียง การเพิ่มกำลังอัดเป็น 11.0 (จากเดิม 10.5) ส่วนน้ำมันจะยังคงใช้ออกเทน 95 จากปั๊มที่ฝ่ายจัดการแข่งขันแจ้งให้ใช้เท่านั้น เนื่องจากจะมีการตรวจการใช้น้ำมันหลังการแข่งขัน รวมถึงยางที่ต้องใช้ยางที่ฝ่ายจัดการแข่งขันจัดหามาจำหน่าย เป็นยางสลิคของ KUMHO ขนาดเดียวคือ 19/57-15”
“เช่นเดียวกับรุ่น ซูเปอร์คอมมอนเรล 2.5 L. โดยทั่วไปกติกาเหมือนเดิม มีเปลี่ยนแปลงคือ สามารถเลื่อนจุดยึดช่วงล่างจากจุดยึดเดิมได้อีก 20 มม.” บอสใหญ่ค่าย 3 มงกุฎฯ เผย
ส่วน รุ่นซูเปอร์ 2000 ยังคงเป็นการแข่งขันทุกเกรดเหมือนเดิม มีเพิ่มเติมคือ รถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ต้องมีความจุไม่เกิน 2020 ซี.ซี. สามารถติดตั้ง เทอร์โบได้ 1 ตัว (ไม่จำกัดขนาด) แต่จำกัดขนาดรูอากาศก่อนเข้าเทอร์โบไว้ที่ 50 มม. และยางจะเป็นยางที่ผู้จัดฯจัดหามาจำหน่าย โดยจะเป็นยาง สลิคของ KUMHO ขนาด 19/57-15 และขนาด 24/61-17 สำหรับการแข่งขันจะเป็นการแข่งขันรวมทั้ง 3 เกรด แต่อาจพิจารณาแยกการแข่งขันได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครเป็นหลัก โดยรูปแบบการสตาร์ทจะเป็นการสตาร์ทแบบ STANDING START ในวันเสาร์ และจะเป็นการสตาร์ทแบบ ROLLING START ในวันอาทิตย์
“ด้านรุ่นซูเปอร์คาร์ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม (รุ่น OVERALL และรุ่น NA) และอายุของการแข่งขันสามารถดำเนินต่อไปได้ ตราบใดที่ยังมีนักแข่งสนใจ ร่วมแข่งขันอยู่ แม้ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเคยเปรยว่า อาจทำการแข่งขันได้อีก 1 ปีเท่านั้น แต่ปัจจุบันยังคงมีนักขับมสนใจในการร่วมแข่งขันอยู่ จึงขอยืดระยะ เวลาออกไปจนกว่าจะไม่ได้รับความสนใจ และในระหว่างฤดูกาลแข่งขันจะมีการปรึกษากันถึงแนวทางการลดค่าใช้จ่ายในการแข่งขันสำหรับปีต่อไป ส่วนรูป แบบการแข่งขันจะยังคงเหมือนเดิมเหมือนเดิม คือวันเสาร์สตาร์ทแบบ STANDING START และวันอาทิตย์สตาร์ทแบบ ROLLING START”
นอกจากนี้ ศึกซูเปอร์คาร์ไทยแลนด์ 2010 ยังมีการเพิ่มรุ่นซูเปอร์คาร์ จูเนียร์ ให้เป็นน้องใหม่ของการแข่งขันอีกรุ่น เพื่อเป็นที่เฉพาะให้นักขับเกรดจูเนียร์ เท่านั้น โดยจะไม่มีการจำกัดปีของตัวถังรถ แต่จะต้องมีการผลิตออกจำหน่ายในรุ่นนั้นๆ ไม่น้อยกว่าปีละ 500 คัน ต้องเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัยตามกติกา ความปลอดภัยที่กำหนดไว้ในคู่มือทีมแข่ง หรือกติกาสากลของ FIA และห้ามตัดต่อโครงสร้างหลักภายในห้องโดยสาร
สำหรับเครื่องยนต์ไม่จำเป็นต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันกับตัวรถ ไม่จำกัดจำนวนสูบ แต่มีความจุได้ไม่เกิน 2020 ซี.ซี. สามารถติดตั้งเทอร์โบได้ 1 ตัว ไม่จำกัด ขนาด แต่จำกัดขนาดรูอากาศก่อนเข้าสู่เทอร์โบ ไว้ที่ 48 มม. สามารถปรับแต่งช่วงล่างได้ แต่ต้องคงไว้ซึ่งระบบหรือรูปแบบการทำงานของระบบช่วงล่าง ประจำรุ่นนั้นๆ และสามารถเลื่อนจุดยึดช่วงล่างจากจุดยึดเดิมได้อีก 20 มม. ขณะเดียวกันต้องมีน้ำหนักขั้นต่ำสุดของรถขับเคลื่อน 2 ล้อ (รวมคนขับ) ที่ 1,200 กก. ส่วนรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เพิ่มอีก 100 กก. สำหรับยางต้องเป็นยางที่ฝ่ายจัดการแข่งขันหามาจำหน่ายให้เท่านั้น โดยจะเป็นยางสลิคของ KUMHO ขนาด 245/645-18 และขนาด 280/650-18
ทั้งนี้ ก่อนการแข่งขันสนามแรกเริ่มต้นขึ้น นักแข่งรุ่นนี้จะต้องเข้ารับการอบรมจากทางฝ่ายจัดการแข่งขัน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งการอบรมเป็นเวลาอย่าง น้อย 14 วัน โดยจะทำการแข่งขันร่วมกับรุ่นซูเปอร์คาร์แต่อาจพิจารณาแยกการแข่งขัน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันในแต่ละประเภท
“นี่คือการยืนยันการปรับกติกาและรูปแบบการแข่งขันของปี 2010 และขอย้ำในเรื่องของการสั่งยางที่ต้องการใช้ในแต่ละสนาม ว่าควรสั่งยางก่อนการแข่งแต่ ละสนามเป็นเวลาอย่างน้อย 45 วัน เนื่องจากผู้นำเข้ายางอาจมีจำนวนยางไม่เพียงพอต่อความต้องการของทีมแข่ง หากไม่ได้รับทราบจำนวนความต้องการ ปริมาณการใช้ยางจากทีมแข่งก่อน” นายกีระเกียรต์ แถลงผ่านออฟฟิเชียลเวบไซต์
|