Motorsportlives

เจาะสเป็ค All-new 2020 R1 หลังเปิดตัวครั้งแรกที่ อเมริกา

  • เครื่องยนต์มาตรฐานอัพเกรดเข้ามาตรฐาน ยูโร5
  • crossplane 998 ซีซี 197 แรงม้า
  • Engine Braking ถึง 3 โหมด 
  • แอโรแฟริ่งใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพด้าน อากาศพลศาสตร์ได้ถึง 5.3 เปอร์เซ็นต์
  • ราคา 17,399 ดอลล่าห์สหรัฐ
  • เช็กสเป็กทั้งหมดในบทความ มีอัพเดตสมรรถเพียบ!

All-new R1 มีการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก โมโตจีพี มากขึ้น พร้อมด้วยหน้าจอใหม่ และแฟริ่งที่ผสานเข้ากับถังน้ำมันอย่างลงตัว โดยจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิคได้ดีขึ้นถึง 5.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่จากวงเลี้ยวที่กว้างขึ้น

นอกจาก การปรับปรุงแอโรไดนามิคแล้ว แฟริ่ง ยังออกแบบให้มีความแข็งแรงมากขึ้น, มีท่อดักอาการอลูมิเนียมด้านหลังของส่วนหน้า,  ขณะเดียวกันยังมีส่วนผสมไทเทเนียมครอบส่วนล่างของท่อไอเสีย

พร้อมกับไปหน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่ ให้ความมั่นใจในการขับขี่ โดยทั้ง R1 และ R1M จะติดตั้งถังน้ำมันอลูมิเนียม รวมถึงล้ออลูมีเนียมอีกด้วย

ขณะที่ All-new 2020 R1 จะใช้เครื่องยนต์แบบข้อเหวี่ยงมาตรฐาน ยูโร5-crossplane 998 ซีซี ในปัจจุบัน โดยได้รับการปรับปรุงเพื่อรวมระบบไอดีใหม่ พร้อมด้วยหัวฉีดเชื้อเพลิงใหม่ 10-Hole ของ Bosch เพื่อองศาการฉีดเชื้อเพลงที่กว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการเผาไหม้ที่ดีขึ้น

แม้ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบให้พลังงานที่อ้างอิงว่า สร้างพละกำลังได้ถึง 197 แรงม้า แต่ All-new R1 ได้รับการอัพเดต ก้านเหวี่ยง, แขนยึด และลูกเบี้ยวใหม่ ที่ให้การทำงานของวาล์วมีความคงที่มากขึ้นแม้ในรอบเครื่องยนต์สูงก็ตาม พูดง่ายๆ คือจะให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ธรรมชาติขึ้น จากการใช้สายคันเร่งไฟฟ้าแบบบาง

เพื่อช่วยให้ผ่านกฎการปล่อยไอเสีย ระบบระบายไอเสียที่นำกลับมาใช้ใหม่นี่มีตัวแเร่งปฏิกิริยา 4 ตัว ติดตั้งในส่วนหน้าของของห้องไอเสียหนึ่งตัว และอีกชุดติดด้านหลัง โดยทั้งตัวเก็บเสียงและตัวป้องกันความร้อนของเครื่องยนต์ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากระบบไอเสียด้วย 

ส่วนช่วงล่างนั้นมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมด้วย ช็อกอัพ Kayaba ขนาด 43 มิลลิเมตร  ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมการติดตั้งแบบลดแรงกระแทก และแดมเปอร์บังคับเลี้ยวปรับผรุงใหม่ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงความรู้สึกในการขับขี่ที่ดีขึ้นด้วย ยาง Bridgestone Battlax RS11  ใหม่ และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ 7 จุด พร้อมกับระบบควบคุมเบรกใหม่ (cornering ABS) ซึ่งทำงานควบคู่กับ IMU 6 แกน

โดยมี 2 โมหดให้เลือกเซ็ตอัพ (การเซ็ตอัพแบบตายตัว และ การเซ็ตอัพแบบยืดหยุ่น) ซึ่งจะมีการประเมินผลจากองศาการเอียงขณะเข้าโค้ง และความดันไฮดรอลิคในระบบเบรก ขณะที่กำลังเบรกเพิ่มเติมนั้นจะถูกส่งโดยจานเบรกใหม่ที่มีคุณสมบัติแรงเสียดทานสูง

เบื้องต้นจะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ ดำ และ น้ำเงิน โดย All-new 2020 R1 จะมีการจัดการ Engine Braking ถึง 3 โหมด เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกใช้อัตราของ เอ็นจิ้น เบรก ได้ตามความต้องการ “สูง, ปานกลาง และ ต่ำ”

การออกแบบนี้ช่วยในสมรรถนะการลดความเร็ว ซึ่งระบบนี้จะใช้ดาต้าร่วมกับระบบเกียร์ (แปรผันตามเกียร์ต่างๆ), รอบเครื่องยนต์,​ตำแหน่งคันเร่ง, ก่อนการเปิดคันเร่งส่งไปยัง EC, การเปิดปิดวาล์วปีกผีเสื้อ เพื่อความเหมาะสมในการจ่ายเชื้อเพลิง

All-new 2020 R1 ยังมีการอัพเดตระบบการออกตัว (Launch Control System) เพื่อให้สามารถใช้รอบเครื่องยนต์ได้ถึง 9000rpm ด้วยการเปิดคันเร่งที่ 41 องศา ทำให้สามารถออกตัวในการแจข่งขันได้เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลต่างๆ ของระบบจะแสดงผลที่ แดชบอร์ด ใหม่ ด้วย

All-new 2020 R1 จะจำหน่ายในท้องตลาดครั้งแรกในเดือนกันยานยนนี้ เปิดตัวด้วยราคา 17,399 ดอลล่าห์สหรัฐ

Exit mobile version