Motorsportlives

“พีทีที ซูเปอร์ไบค์” เตรียมเปิดฉาก 12-14 ก.ค.นี้ นักบิด 200 ร่วมล่าแชมป์

“บีอาร์ไอซี” จับมือ “พีทีที โออาร์” เตรียมระเบิดศึกสองล้อชิงแชมป์ประเทศไทย “พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2019” เวทีดวลความเร็วที่รวมสุดยอดนักบิดไทย–เทศ กว่าสองร้อยคน พร้อมเปิดศักราชใหม่ด้วยการปรับกฎให้รัดกุม ปรับเพิ่มรุ่นการแข่งขัน ให้โอกาสกับเยาวชนมากขึ้น ด้วยเงินรางวัลสูงที่สุดในประเทศ ดวลความเร็ว 4 สนามตลอดทั้งปี ในสังเวียนเดียวกับโมโตจีพีของคนไทย “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” จ.บุรีรัมย์ เริ่มต้นความมันส์สนามแรก 12-14 กรกฎาคมนี้

บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด หรือ บีอาร์ไอซี ผู้บริหารสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จับมือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์ ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ซึ่งนับเป็นรายการแข่งขันระดับสูงสุดของประเทศไทย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ศึก พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ นับเป็นรายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีนักบิดและทีมแข่งชั้นนำของไทย  เข้าร่วมการแข่งขันอย่างล้นหลามตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดเด่นในการดวลความเร็วในสังเวียนระดับโลกที่ผ่านการแข่งขันรายการ โมโตจีพี และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ มาแล้ว ขณะเดียวกันยังถือเป็นรายการที่สร้างนักบิดไทย  สู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย

นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์ กล่าวว่า พีทีที สเตชั่น (PTT Station) และพีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้ พีทีที โออาร์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักรายการแข่งขัน พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นรายการแข่งขันระดับคุณภาพของประเทศไทย การสนับสนุนในครั้งนี้เป็นทั้งการวางรากฐานสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยเฉพาะรายการรถจักรยานยนต์ทางเรียบ และเป็นก้าวสำคัญของนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตไทยให้ทดสอบฝีมือก่อนไปแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทย

“พีทีที สเตชั่น (PTT Station) และพีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) ในฐานะที่ร่วมสนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายสิบปี มองว่าการสนับสนุนรายการนี้ ถือเป็นการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ประเทศไทยมีรายการระดับประเทศที่แข็งแรง และเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับทวีป รวมถึงระดับสูงสุดของโลกอย่าง  โมโตจีพี  เมื่อปี  2018 ที่ผ่านมา ซึ่ง พีทีที โออาร์ ร่วมกับ ปตท. ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อการแข่งขัน “PTT Thailand Grand Prix 2018” นับเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยให้ทั่วโลกได้เห็น ดังนั้น การแข่งขัน พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ที่มาพร้อมกับแนวคิด “เดบิวท์ ออฟ ไทย ฮีโร่” ในปีนี้ จะสนุก เข้มข้น และสร้างฮีโร่นักบิดหน้าใหม่ขึ้นมาสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างมากมายแน่นอน”

นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์ เนชั่นแนลเซอร์กิต เปิดเผยว่า “ในปีนี้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยนั้น ถือว่าเดินมาถึงจุดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก การแข่งขัน พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ สนามช้างฯ ร่วมกับพันธมิตรหลักอย่าง พีทีที โออาร์ ที่ได้ร่วมสร้างด้วยกันมานั้นก็มีความแข็งแกร่งอย่างมาก และเป็นหนึ่งในรายการที่นักบิดทั่วประเทศตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ซึ่งในตอนนี้เราเปิดให้เป็นรายการแบบอินเตอร์เนชั่นแนลเรซ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้แฟนๆ ชาวไทยได้ติดตาม รวมถึงเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมแข่งไทย และนักบิดไทยอีกด้วย”

“เราประสบความสำเร็จมาแล้วกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลก อย่าง โมโตจีพี และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้เราได้นำมาใช้กับการแข่งขันในประเทศไทย เพื่อยกระดับให้ทีมแข่งไทยนั้นซึมซับและปรับตัวเข้ากับวิถีของสากล ส่วนตัวนักบิดเองก็จะค่อยๆ เรียนรู้ไปโดยธรรมชาติ ฉะนั้น รายการ พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ จึงสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง โดยเหนือสิ่งอื่นใดคือการเอาใจแฟนความเร็วชาวไทยให้สนุกกับทุกๆ เรซที่จัดขึ้นใน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต” นายเนวิน เผย

ทั้งนี้ ศึก พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2019 จะแข่งขันทั้งสิ้น 4 คลาสหลักๆ   นำโดยคลาสสูงสุดของประเทศไทยอย่าง บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 1000 ที่รวมเอานักบิดชั้นนำของไทยไว้นำ โดย อนุชา นาคเจริญศรี และ เฉลิมพล ผลไม้ จาก ยามาฮ่า ไรด์เดอร์สคลับ เรซซิ่งทีม, นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และ จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ยามาฮ่า เพาเวอร์ สปีด เรซซิ่ง และที่ยังต้องรอลุ้นคือ ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ประเทศไทยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม และทีมเมทอย่าง ชัยวิชิต นิสสกุล ซึ่ง ฐิติพงศ์ วโรกร ยังต้องฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ โดยเจ้าตัวคาดหวังว่าจะสามารถลงแข่งขันได้ในฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันในคลาส บีอาร์ไอซี ซูเปอร์สปอร์ต 600 รวมถึง รุ่น บีอาร์ไอซี ซูเปอร์สปอร์ต 400 ก็มีความเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยในปีนี้ จะมีการเพิ่มรุ่น Junior เปิดโอกาสสำหรับเยาวชน อายุ 14-18 ปี เข้าร่วมการแข่งขันได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้พบกับความมันส์จากซัพพอร์ทเรซ จากค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างฮอนด้าและยามาฮ่าที่มาเสริมความสนุกภายในรายการอีกด้วย 

สำหรับปีนี้ ศึก พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ได้มีการเปลี่ยงแปลงครั้งสำคัญ เพื่อสร้างมาตรฐาน ที่รัดกุมให้การแข่งขัน โดยกำหนดให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกลาง โดยระบุให้การแข่งขันในรุ่น บีอาร์ไซี ซูเปอร์สต็อก 1000 และ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์สปอร์ต 400 ใช้น้ำมันเบนซิน 95 ของ พีทีที สเตชั่น เพื่อเพิ่มสมรรถนะสูงสุด ให้กับรถแข่งและมาตรฐานเดียวกัน โดยในฤดูกาล 2019 ศึก พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ  จะดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 4 สนาม ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ออกสตาร์ทสนามแรก  ในวันที่ 12-14 กรกฎาคมนี้, สนามที่ 2 วันที่ 23-25 สิงหาคมนี้, สนามที่ 3 วันที่ 6-8 กันยายนนี้ ก่อนจะปิดฉากสนามสุดท้ายเพื่อตัดสินแชมป์ประจำปีในวันที่ 15-17 พฤศจิกายนนี้ แฟนความเร็วติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ facebook.com/BuriramUnitedInternationalCircuit

Exit mobile version