ฝ่ายจัดฟอร์มูล่าวัน และ เอฟไอเอ รวมถึงทีมแข่ง ร่วมใจออกโรงประณามแฟนความเร็วที่ “แสดงความคิดเห็นเหยียดเชื้อชาติ” ที่พุ่งเป้าไปยัง ลูอิส แฮมิลตัน หลังเกิดจังหะปัญหากับ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น ซึ่งทำให้เกิดการ “คอมเมนต์” กันอย่างดุเดือดบนโซเชียลมีเดีย

เวอร์สแท็พเพ่น ออกสตาร์ทจากโพล ทว่า แฮมิลตัน ก็พยายามอย่างหนักในการไล่แซงตลอดช่วงครึ่งรอบแรก โดยทั้งคู่พุ่งตีคู่เข้าไปพร้อมกันในโค้ง “คอปส์” (Copse) ก่อนที่ล้อหน้าซ้ายของ แฮมิลตัน จะสัมผัสกับล้อหลังขวาของ เวอร์สแท็พเพ่น จนฝ่ายหลังหมุนและพุ่งหลุดออกนอกแทร็กไปกระแทกเข้าเต็มกับกองยาง แม้จะถูกลงโทษบวกเวลา 10 วินาที แต่ แฮมิลตัน ก็สามารถไล่แซง ชาร์ลส์ เลอแคลร์ จาก เฟอร์รารี่ ก่อนจะคว้าชัยชนะโฮมเรซไปครอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

คริสเตียน ฮอร์เนอร์ บอสใหญ่ เรดบูลล์ ออกมาตำหนิการขับของ แฮมิลตัน ว่า “เป็นการกระทำที่อัปยศ” ขณะเดียวกันยังมีแผนเรียกร้องให้ เอฟไอเอ และ ฟอร์มูล่าวัน มีมาตรการที่เด็ดขากมากขึ้นหากเกิดกรณีเช่นนี้อีกในอนาคต

ขณะที่ เฮลมุตต์ มาร์โก ที่ปรึกษาระดับสูงของ เรดบูลล์ เรซซิ่ง ก็แสดงอาการโมโหสุดขีด โดยชี้ว่า แชมป์โลกชาวอังกฤษควรจะถูกแบนในเรซถัดไปด้วยซ้ำ นอกจากนี้ เวอร์สแท็พเพ่น ยังโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “แฮมิลตัน ไม่ให้เกียรติด้วยการฉลองชัยชนะอย่างสุดเหวี่ยง ขณะที่ตัวเขาตรวจร่างกายอยู่ที่โรงพยาบาล”

หลังผ่านเรซวันอาทิตย์ ใน ออฟฟิเชียล แอคเคาต์ ที่โพสต์โดย “เมอร์เซเดส” ก็เต้มไปด้วยข้อความแสดงความคิดเห็นแบบ “เหยียดเชื้อชาติ”, เหยียดผิว รวมถึงสัญลักษณ์ “รูปลิง” และการใส่ร้ายอื่นๆ ผ่านการตอบกลับ

พฤติกรรมดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจาก เอฟวัน, เอฟไอเอ และทีมเมอร์เซเดส รวมถึงทีมอื่นๆ ที่ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันในเช้าวันจันทร์

“ระหว่างการแข่งขันและหลังจบเรซ บริติช กรังด์ปรีซ์ เมื่อวานนี้ ลูอิส แฮมิลตัน ต้องเผชิญกับการละเมิดทางชนชั้นหลายครั้งบนโซเชียลมีเดีย จากเหตุการณ์ปะทะกันในการแข่งขัน (กับ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น)

“ฟอร์มุล่าวัน, เอฟไอเอ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส เอฟวัน ทีม ขอประณามอย่างรุนแรงจากการกระทำเช่นนี้ คนเหล่านี้จะไม่มีที่ยืนในกีฬาของเรา และเราขอเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อการกระทำของพวกเขาเอง”

“ฟอร์มูลาวัน, เอฟไอเอ และนักขับ รวมถึงทีมแข่งทุกทีม กำลังร่วมมือกันสร้างกีฬาที่มีความหลากหลาย และครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งตัวอย่างที่เรายอมรับไม่ได้คือการละเมิดทางออนไลน์ซึ่งจะต้องถูกกำจัดไปให้หมด”

ทั้งนี้ เรดบูลล์ เรซซิ่ง ก็ได้ออกมาแถลงการณ์ในลักษณะเดียวกัน รวมถึงทีมอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here