[Analysis] เจาะ 6 คาแร็กเตอร์สุดโหด “มันดาลิกา” เซอร์กิตที่นักบิดต้องกล้าแลก

0
6639

ไซมอน เครฟา นักวิเคราะห์ชื่อดังของ โมโตจีพี ออกมาให้ “ทัศนะ” และมุมมองถึง 6 คาแร็กเตอร์สุดโหดของ “มันดาลิกา สตรีท เซอร์กิต” สังเวียนความเร็วแห่งใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย ว่ามีส่วนผสมของ 4 สนามระดับตำนานของโลกมารวมกัน

มันดาลิกา เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2021 รองรับการแข่งขันรายการ “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ” ก่อนจะเปิดให้ โมโตจีพี ทำการทดสอบเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเตรียมรองรับ โมโตจีพี ครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ล่าสุดเพิ่งผ่านการทดสอบแรกของ โมโตจีพี และบรรดานักบิดทุกคนต่างก็ออกมาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น “แทร็กที่แปลกมา” เพราะมีคาแร็กเตอร์และความท้าทายสุดๆ

โดย ไซมอน เครฟา นักวิเคราะห์ชื่อดังของ โมโตจีพี ได้ออกมาพูดถึงมุมมองของเขาต่อสนามแห่งนี้ ด้วย 6 จุดเด่นที่น่าสนใจสุดๆ

  • มันดาลิก้า เพียงจุดที่ต้องใช้เบรกหนักๆ เพียง 2 จุดเท่านั้น นั่นคือโค้ง 1 และ โค้ง 10
  • นี่คือสนามที่ต้องใช้ความเร็วต่อเนื่องสูงมาก ดังนั้น “ความเร็วในโค้ง” (Corner Speed) มีความสำคัญอย่างยิ่ง และ ถึงแม้ มันดาลิกา จะไม่ใช่สนามในรูปแบบ Horsepower Circuit ก็ตาม แต่พละกำลังเครื่องยนต์ที่ดีและต่อเนื่อง จะมีส่วนช่วยในการทำเวลาต่อรอบในสนามแห่งนี้อย่างมาก แน่นอน…
  • สนามแห่งนี้มีจุดที่ต้องใช้ “ความกล้า” ของจิตใจ ราวๆ 4-5 โค้ง ซึ่งเป็นโค้งที่เร็วมากๆ โดยเฉพาะ “ขาเข้า” ถ้าเข้าไปได้เร็วเพียงพอจะทำให้สามารถสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
  • มีหลายโค้งที่บังคับให้นักบิดต้อง “เบรกหนัก” ขณะที่ “แบนเข้าโค้ง” อย่างมาก หรือจำเป็นต้อง “เปิดคันเร่งโหดๆ” ขณะที่ “แบนเยอะๆ” ซึ่งนั่นอาจทำให้สูญเสียการควบคุมที่ล้อหน้า และพลาดล้มได้

***แน่นอนว่าอาจส่งผลให้เราได้เห็นการ “ดริฟต์” เข้าโค้ง ขณะที่เปิดคันเร่งด้วย!

  • มันดาลิกา มี พื้นที่ “รัน-ออฟ แอเรีย” ขนาดใหญ่ และบ่อกรวดขนาดใหญ่ นั่นหมายความว่านักบิดปลอดภัยแน่นอน “นี่คือสิ่งที่ดี”
  • และหนึ่งในไฮไลต์ของสนามแห่งนี้คือ “การที่ต้องพลิกรถเพื่อเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว” ซึ่งในมุมของ ไซมอน เครฟา ยอมรับว่าคือสิ่งที่น่าสนใจมาก มันคล้ายคลึงกับ “อัสคารี ชิเคน” ที่ สนาม มอนซ่า หรือ ฮ็อคเคนไฮม์ ชิเคน เก่า นั่นเอง… ทีมงานจะต้องเซ็ตติ้งรถแข่งให้ลงตัวที่สุด เพื่อให้นักบิดผ่านจุด “ชิเคน” นั้นให้เร็วที่สุด

และสุดท้าย… ในมุมของ เครฟา จากการลงขับในสนาม เริ่มจากออกตัวไปถึงโค้ง 6 เหมือนกันกับ มิซาโน จากนั้น หลังจากโค้ง 6 ไปยังโค้ง 10 มีลักษณะเหมือนกันกับ “ชิเคน ฮ็อคเคนไฮม์ เก่า” หรือปัจจุบันคือ “อัสคารี ชิเคน” ที่สนามมอนซ่า

ขณะที่เส้นทางจาก โค้ง 10 ไปจนถึงโค้ง 14 ก็เหมือนกับที่ เซปังฯ และส่วนสุดท้ายของสนาม มันดาลิกา ก็ทำให้ ไซมอน เครฟา รู้สึกว่ามันเหมือนกับช่วงท้ายของสนาม เทอร์มาส เดอ ริโอ ฮอนโด ของประเทศอาร์เจนติน่า

และแน่นอนว่า “สัมผัสแรก” ของ ไซมอน เครฟา นั้นมีความประทับใจอย่างยิ่งต่อ “มันดาลิกา สตรีท เซอร์กิต”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here