แจ็ค มิลเลอร์ แชมป์ 2 สนามล่าสุดของ โมโตจีพี จาก ดูคาติ เลโนโว ทีม เผยไม่อยากเชื่อสายตาว่าโดนลงโทษ “ลอง แล็ป เพนัลตี้” ถึง 2 ครั้ง จากการใช้ “ความเร็วในพิตเกิน” ก่อนคว้าชัยชนะที่ เลอมองส์ ในเรซสุดดราม่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

มิลเลอร์ ถูกจับฟาล์วในจังหวะที่นำรถเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนรถแข่งในรอบที่ 5 แต่เขาพุ่งเข้ามาเร็วเกินไป ส่งผลให้ความเร็วเกินที่กฎกำหนดใน “พิตเลน”

ทั้ง มิลเลอร์ และทีมเมทอย่าง ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ต่างก็ถูกลงโทษ “ลองแล็ป เพนัลตี้” คนละ 2 ครั้ง ด้วยความผิดเดียวกัน ซึ่งตัวเขาเอง “ไม่คิดว่า” การแจ้งเตือนนั้นจะถูกต้อง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ มิลเลอร์ พลาดหลุดโค้ง 11 ก่อนจะเร่งกดคันเร่งเพื่อนำรถเข้ามาเปลี่ยนเป็นรถที่ใส่ยางฝน

อย่างไรก็ดี ภายหลังออกจากพิต มิลเลอร์ ก็เข้ารับโทษ “ลองแล็ป เพนัลตี้” 2 รอบติดต่อกัน ในรอบที่ 9 และ 10 ก่อนจะกดเวลาไล่ล่าตำแหน่งหัวแถวจาก ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ได้ในรอบที่ 12

“มันเป็นเรซที่ยาวนาน สำหรับตอนนั้นนะ” มิลเลอร์ เผยหลังคว้าชัยชนะที่ 2 ติดต่อกัน

“ผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไร เพราะแทร็กมันแห้งมาก แต่เมื่อ มาเวริค บีญาเลส เริ่มจี้เข้ามา ปรากฏว่าด้านหน้าผมมีละอองฝนนิดหน่อย”

“ผมถูกโจมตีด้วยคู่หู มอนสเตอร์ ยามาฮ่า แน่นอนว่า ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ก็ตามมาอีกคนที่โค้ง 8 และหลังจากนั้นผมก็เหมือนหลังชนฝา”

“เราทั้งหมดเหมือนบิดเข้าหากำแพงแห่งฝน และรถแข่งของเขา (กวาร์ตาราโร) ก็พุ่งเข้าสู่ชิเคนเป็นคนแรก และผมก็ตามเข้าไป ผมพยายามหยุดล้อมทั้งหน้าและหลังเพื่อไม่ให้รถหลุดลงบ่อกรวด”

แจ็ค มิลเลอร์ ขณะนำรถที่ใส่ยางฝนออกไปวิ่งแข่งต่อในรอบที่ 5

“การโดนลงโทษ ดับเบิ้ล ลองแล็ป เพนัลตี้ ผมแทบไม่เชื่อสายตาในตอนนั้น ผมคิดว่า ‘นี่มันไม่น่าจะถูกต้อง’ แล้วล่ะ”

“แต่สนามที่แต็มไปด้วย กับดักแบบคลาสสิคของ เลอมองส์ ก็เล่นงานผมตลอดเวลา”

“ผมต้องสลัดมันทิ้งให้ได้ เพราะผมไม่ได้คิดถึงเรื่อง ลอง แล็ป เลยตลอดทั้งสุดสัปดาห์”

“ผมเข้าไปจุดรับโทษ และดูเหมือนว่ายางมะตอยโซนนั้นจะเก่า และลื่นนิดหน่อย”

“แต่ครั้งที่ 2 ผมทำได้เร็วกว่าเดิม ทำให้ผมไม่เสียเวลาไปมากนัก ก่อนจะสามารถไล่ตามเข้าได้ทัน”

ขณะที่วิ่งอยู่ในช่วงท้ายเรซ มิลเลอร์ ได้ส่งสัญญาณไปยังทีมของเขาให้เตรียมรถแข่งที่ใส่ยางแห้งไว้ แต่ในที่สุดก็เลือกที่จะไม่เข้าไปเปลี่ยนรถแข่ง เนื่องจากยังพอมีหน้ายางเหลืออยู่ และน่าจะสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในการแข่งขัน

“ผมคิดถึงเรื่องการเปลี่ยนรถแข่งอีกครั้ง (ยางแห้ง) แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าเข้าไปเปลี่ยนจะทำให้เกิดระยะห่างแค่ไหน และผมเองก็ค่อนข้างกังวลนิดหน่อย”

“ช่วง 7 รอบสุดท้าย ผมต้องใช้เวลาอย่างน้อย 40 วินาที ในการวิ่งผ่านพิตเลน เพราะพิตเลนที่นี่ยางมาก”

วีดีโอที่เกี่ยวข้อง 👇👇👇

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here